สัมภาษณ์พี่ต๊อตติ (อัครชัย มหาเปารยะ) ศิษย์เก่าปัญญาประทีป รุ่น 10 – ตุ๊กแก 2 โดย ชมรมสื่อสารองค์กรจูเนียร์ 2567

Share
จากหนึ่งในเด็กนักเรียนรุ่นเจ้าปัญหาที่คอยตั้งคำถามกับทุกกฎระเบียบของโรงเรียน เรียกร้อง วิพากษ์วิจารณ์ และมองเห็นปัญหามากมายที่เกิดขึ้นในโรงเรียนจนเคยมีความคิดว่าจะลาออกจากโรงเรียนปัญญาประทีปยกชั้นมาแล้ว วันนี้ พี่ต๊อตติ (อัครชัย มหาเปารยะ) ศิษย์เก่าปัญญาประทีป รุ่น 10 – ตุ๊กแก 2 ปัจจุบันศึกษาอยู่ที่วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ – COSCI (College of Social Communication Innovatipn) หลักสูตรศิลปศาสตร์บัณฑิต สาขานวัตกรรมการสื่อสาร (หลักสูตรนานาชาติ) ได้ใช้โอกาสช่วงปิดเทอมกลับมาเยี่ยมโรงเรียนอีกครั้งในช่วงกีฬาสีประจำปีของโรงเรียน อีกทั้งยังมีนัดกับเพื่อน ๆ รุ่นตุ๊กแก 2 มาช่วยทำงานจิตอาสาให้กับโรงเรียนด้วย ทางชมรมสื่อสารองค์กรจูเนียร์เลยไม่พลาดที่จะชวนพี่ต๊อตติมานั่งคุยกัน เพื่อแบ่งปันมุมมองและแชร์ประสบการณ์ในการใช้ชีวิตในรั้วปัญญาประทีป ที่อาจช่วยเป็นข้อคิดดี ๆ ให้กับน้อง ๆ รุ่นใหม่ได้

พี่ต๊อตติคิดว่าประสบการณ์ในช่วงชีวิตมัธยมปลายไหนที่สำคัญ และช่วยผลักดันเราให้สามารถพัฒนาตัวเองได้
สำหรับพี่ สิ่งที่สำคัญในชีวิต ม.ปลาย อาจจะแตกต่างกับแต่ละคน พี่อาจจะไม่ได้บอกว่าเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับทุกคนนะ ของพี่จะไปโวยวายกับคุณครูอยู่บ่อย ๆ ว่าอาหารโรงเรียนไม่อร่อย กฎนี้มีทำไม มันก็ควรจะเป็นไปตามสิ่งที่ตัวเองอยากให้เป็น ซึ่งพี่ไม่ได้มองว่าสาเหตุของปัญหาจริง ๆ คืออะไร จริง ๆ ทุกอย่างมันก็ไม่ได้เป็นไปตามความต้องการเราเสียหมด แต่ก็มีสิ่งที่เราสามารถเริ่มเปลี่ยนจากตัวเองได้อยู่คือ เปลี่ยนจากคาดหวังเป็นความเข้าใจปัจจัยต่าง ๆ ปัญหานั้น ๆ อย่างเช่น จุดประสงค์การพัฒนาของโรงเรียนเป็นอย่างนี้ เลยนำมาสู่กฎในโรงเรียน หรือทำไมเพื่อนคนนี้ถึงเป็นแบบนี้ เราก็ลองเปิดใจ เข้าไปรู้จักและทำความเข้าใจว่าเขากับเราก็มีจุดเหมือน จุดต่างตามประสบการณ์ สิ่งที่เจอที่ผ่านมา

สังคมปัญญาประทีป ทั้งครู เพื่อน รุ่นพี่และรุ่นน้อง มีบทบาทต่อตัวพี่ต๊อตติอย่างไร
ได้รับการสนับสนุนหลายอย่างจากคุณครู เพื่อน ๆ ในมุมของวิชาชีวิตสำคัญมาก อย่างพี่เป็นคนที่ Complaint สิ่งต่าง ๆ เยอะมาก แต่บทบาทที่โรงเรียนทำคือ ไม่ได้ปล่อยให้พี่พูดไปอย่างงั้น หรือตัดสินว่าพี่เป็นคนรุนแรง แต่โรงเรียนกลับให้ Feedback และคุณครูก็มาพูดมาคุยว่า พี่เป็นคนช่างสังเกตดีนะ เห็น Detail ปัญหาเล็ก ๆ แต่ก็แนะนำให้เปลี่ยนจากการจับผิด มาเป็นการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหามากขึ้น ทำให้พี่เห็นว่าในชุมชนนี้เนี่ยไม่ได้มองว่า เด็กคนนี้มีปัญหาแล้วปล่อยไปเฉย ๆ คอยช่วยเหลือ และแนะนำ พอในวันที่เด็กพัฒนาตัวเอง ก้าวข้ามจุดนั้นไปได้แล้ว ก็เอ็นดูเหมือนไม่มีอคติกับเด็กคนไหน แล้วพี่ก็คิดว่าโรงเรียนมีส่วนช่วยทำให้เราเห็นว่า ตัวเองควรจะพัฒนาอะไร ตรงไหนบ้าง เรามีข้อเสียอะไรที่ต้องแก้หรือพัฒนา ในตอนที่พี่อยู่ในโรงเรียน มีหลาย Section มากที่ทำให้เราได้มานั่งทบทวนตัวเอง ข้อที่เราต้องพัฒนาคืออะไร อะไรที่ทำให้เราไม่ไปถึงเป้าหมาย แต่ก็อยู่ที่ว่าเราเลือกที่จะพัฒนาตัวเองด้วยไหม

วิธีการจัดสรรตารางเวลาในการทำงานส่วนรวมและงานส่วนตัวในโรงเรียนของพี่ต๊อตติ
สำหรับพี่ พี่คิดว่าตอนที่เปลี่ยนไปจริง ๆ คือช่วงมหาลัยมากกว่า ตอนมัธยมพี่เป็นคนไม่ค่อยวางแผนอะไร ใช้ชีวิตไปวัน ๆ แม้ว่าจะมีคนแนะนำ หรือมี Session ที่สอนว่าควรจะวางแผนจัดการตัวเองยังไง พี่ก็ไม่เคยทำเลย เพราะรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่สอนกันยากในเรื่องจัดการเวลา มันต้องเจอปัญหาจริง ๆ เช่นตอนมัธยม พี่เป็นคนรับทุกอย่าง เอาทุกอย่างมาทำ เพราะอยากทำ กลายเป็นว่ามันออกมาไม่ได้ดีสักอย่าง เพราะเราทำทุก ๆ อย่างไปพร้อมกัน พอเวลาเข้ามหาลัย พี่ก็ต้องเรียน ประธานนักเรียนก็ต้องเป็น มันก็เริ่มจัดการเวลาได้ดีขึ้น เพราะเหมือนเราได้กลับมาตั้งเป้าหมายว่าชีวิตของเราคืออะไร อย่างเช่นพี่อยากจะลองพัฒนา Skill การตลาด และอยากจะทำอย่างอื่นไปด้วย เราก็ต้องเลือกว่าอะไรที่มันเกี่ยวกับเป้าหมายของเรา ถึงแม้ว่ามันจะเป็นกิจกรรมที่ดูสนุก แต่ถ้ามันไม่จำเป็นเราก็ตัดทิ้งไปดีกว่า ไม่งั้นจะกลายเป็นว่าเราเอาทุกอย่างมาทำจนทำได้ไม่ดีที่สุด เพราะต้องทำหลายอย่างพร้อม ๆ กัน

สิ่งที่อยากฝากให้น้อง ๆ ที่กำลังจะเข้าใหม่ ศิษย์ปัจจุบัน หรือผู้ปกครอง 
อยากให้เราเปิดใจให้กว้างไว้ คิดเสมอว่าเราไม่ได้ถูกต้องเสมอไป ไม่อยากให้มี Ego เพราะพอเราจบ ม.ปลาย ไปเราจะเจอคนที่เก่งกว่าเราเยอะมากในมหาลัย ก็อยากให้พัฒนาตัวเองต่อไป ที่พี่มาเจอเราในวันนี้อาจจะดูดี แต่มันก็ต้องมีผ่านจุดที่ Fail มาก่อน เราถึงได้พัฒนาตัวเอง และก็อยากฝากผู้ปกครองว่า ให้วางใจในตัวลูก ๆ ได้เลย เมื่อจบไปถึงแม้ว่าจะต้องไปเจอสังคมข้างนอก แต่ก็เชื่อว่าเด็กปัญญาประทีปทุกคนมีแก่นหลักในใจที่แข็งแรงในระดับนึง รู้ว่าอะไรดีไม่ดี หรือรู้ว่าอะไรที่ควรทำไม่ควรทำ การปรับตัวข้างนอกมันอาจจะยาก แต่ถ้าเราเลือกได้ว่าอะไรผิดอะไรถูก เราก็จะอยู่ในทางที่ดี

สุดท้ายนี้ ทางชมรมสื่อสารองค์กรจูเนียร์ขอขอบคุณสำหรับโอกาสและเวลาจากพี่ต๊อตติ ที่ได้มานั่งคุยและแบ่งปันประสบการณ์ในวันนี้ การแบ่งปันประสบการณ์ หรือเรื่องราวที่เราเองเคยผ่านมา เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความกล้าและการเปิดใจพอสมควร เพราะเป็นการถ่ายทอดความคิด ความรู้สึก พวกเราจึงหวังว่า ประสบการณ์เหล่านี้อาจช่วยปูทางให้กับคนที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์เดียวกัน จะเป็นแรงบันดาลใจที่ช่วยให้ทุกท่านได้เรียนรู้และนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน

23 มกราคม 2567
สัมภาษณ์ : ข้าวหอม - นางสาวสุธนีกาญจน์ ศิริตระกูลเดชา ชั้น ม.4 และ เจโล - นางสาวโลเร็ตต้า ธัญมัย บิซซอน ชั้น ม.4
ถอดบทความ : พาย - นางสาวรณิดา สุขวัฒนศิริ ชั้น ม.4
เรียบเรียง : ข้าวหอม - นางสาวสุธนีกาญจน์ ศิริตระกูลเดชา ชั้น ม.4
ภาพประกอบ : หยกพ้ง - นายพสิษฐ์ เรืองโซติเสถียร ม.3
นักเรียนชมรมสื่อสารองค์กรจูเนียร์

บทความที่เกี่ยวข้อง