Prefect Outing ทริปพิเศษสำหรับ “Prefect” เท่านั้น

Share

Prefect Outing เป็นกิจกรรมที่เป็นหนึ่งในกระบวนการทำงานของฐานะตัวแทนนักเรียนโรงเรียนปัญญาประทีป หรือที่เรียกกันอย่างชินปากว่า ‘พรีเฟค - Prefect’ โดยในปีการศึกษา 2567 นี้ ทางโรงเรียนจัดให้กิจกรรม Prefect Outing ในระหว่างวันที่ 7-9 มิถุนายน 2567

มาลองฟังปันอิม ม.5 หนึ่งใน ‘พรีเฟค - Prefect’ ประจำปีนี้ บอกเล่าถึงประสบการณ์ที่ได้เข้าร่วม Prefect Outing ว่าเป็นอย่างไร...

Prefect หน้าที่พิเศษสำหรับที่นักเรียนปัญญาประทีป ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 ที่สนใจอยากจะช่วยพัฒนาโรงเรียน และพัฒนาตนเองไปพร้อมๆ กัน หนูก็เป็นหนึ่งคนในนั้น ที่ในปีการศึกษาที่แล้วได้มีโอกาสทำหน้าที่ Prefect แต่ในครั้งนั้นรับหน้าที่เป็น School Prefect ซึ่งทำหน้าที่ในฝั่งของโรงเรียน ครั้งนี้หนูจึงกลับมาพร้อมกับการชาเลนจ์ให้กับตัวเองโดยการรับหน้าที่ Prefect เช่นเดิมแต่บทบาทต่างออกไป ครั้งนี้เป็น House Prefect ที่ทำหน้าที่ในหอพัก ซึ่งเป็นประสบการณ์ใหม่ที่หนูจะได้เรียนรู้ตลอดทั้งปีการศึกษานี้

แต่ก่อนการทำหน้าที่ Prefect ของทุกคนจะเริ่มต้นขึ้น ทริปพิเศษที่ Prefect ทุกคนตั้งตารอ นั่นก็คือ การไป Outing ของทีม Prefect ที่จะมีทั้งการได้ไปเรียนรู้ พักผ่อน ทำกิจกรรมเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และเป็นช่วงเวลาที่ดีในการวางแผนการทำงานของพวกเราตลอดหนึ่งปีการศึกษา และ Outing ในครั้งนี้พวกเราจะได้ไปกันที่ “ชะอำ” แค่ได้ยินว่าพวกเราจะได้ไปทะเล ก็ดีใจสุดๆ พวกเราเตรียมพร้อมกันแล้วก็ออกเดินทางกันเลย...

พวกเราเริ่มออกเดินทางจากโรงเรียนตั้งแต่เช้า เนื่องจากต้องใช้เวลาในการเดินทางยาวนานถึง 5 ชั่วโมงครึ่ง เพื่อไปให้ถึงสถานที่แรก นั่นคือ โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย ในจังหวัดเพชรบุรี พวกเราได้เรียนรู้หลากหลายอย่าง ตั้งแต่การฟังบรรยายเกี่ยวกับการบำบัดน้ำเสียของโครงการ พวกเราก็ได้นั่งรถรางเพื่อชมรอบๆ ของโครงการ ก่อนเริ่มกิจกรรมปลูกต้นโกงกางใบเล็ก ทุกคนพร้อมลุยกันมาก สภาพหลังจากที่ลงไปย่ำดินโคลนก็เลอะเทอะเปรอะเปื้อนกันไป หลังจากนั้นก็ถึงเวลาของภารกิจต่อไป คือ การไปซื้อวัตถุดิบเพื่อทำอาหารเย็น โดยพวกเราจะต้องช่วยกันจัดเตรียม แบ่งหน้าที่ในการทำอาหาร และร่วมรับประทานอาหารเย็นฝีมือของทุกคนด้วยกัน ซึ่งพวกเราต้องขอขอบคุณคุณครูอ้อน ผู้ให้การสนันสนุนที่พักที่ดีมากๆ มีห้องนอนหลายห้องนอนให้พวกเราได้อยู่รวมกัน และที่สำคัญ คือ อยู่ติดทะเล สามารถตื่นเช้ามาดูพระอาทิตย์ขึ้นจากขอบทะเลได้เลย



หลังจากอิ่มท้องจากมื้อเย็น ก่อนที่เราจะได้ชมพระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้า ภารกิจในวันแรกยังไม่จบ กิจกรรมสุดท้ายก่อนที่จะไปเข้านอนกัน คือ การได้เดินคุยกันริมทะเลในช่วงกลางคืน ทุกคนก็จะได้เวียนกันคุยกับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ซึ่งพวกเราต้องเตรียมคำถามล่วงหน้าเพื่อให้มีบทสนทนาและได้คิดกันเล็กๆ น้อยๆ หนูรู้สึกว่าชอบกิจกรรมนี้มากๆ ทั้งบรรยากาศของทะเลในตอนกลางคืน การที่ทุกคนที่ได้คุยแลกเปลี่ยนกัน หลายคนที่มาเป็น Prefect ซึ่งไม่ได้มีแค่รุ่นเพื่อน ก็ยังมีรุ่นน้องที่สมัครเข้ามา รุ่นน้องหลายคนก็ไม่เคยมีโอกาสได้คุยกัน กิจกรรมนี้ก็ทำให้เราได้คุยกันและเรียนรู้กันมากขึ้นจากคำตอบที่ได้รับกลับคืนมา

 

เมื่อเวลาผ่านไป พระอาทิตย์ก็ออกมาส่องแสงทักทายเราในเช้าวันใหม่ วันที่สองก็ได้เริ่มต้นขึ้น วันนี้พวกเราทำกิจกรรมกันอยู่ในที่พักเป็นส่วนใหญ่ เริ่มตั้งแต่การที่ได้มาย้อนดูตนเองว่า เรามีคุณสมบัติเด่นอะไรที่เกี่ยวกับความเป็นผู้นำ และอะไรที่เรายังด้อยอยู่ เพื่อนำสิ่งนั้นไปพัฒนาต่อไป หนูก็เป็นคนหนึ่งที่โดยปกติแล้วไม่ค่อยมีโอกาสได้เป็นผู้นำซักเท่าไร ส่วนใหญ่เป็นผู้ตามมากกว่า และจุดด้อยที่ทำให้หนูไม่กล้าที่จะเป็นผู้นำก็คือ เป็นคนที่ไม่กล้าตัดสินใจอะไรเด็ดขาด กลัวว่าจะผิดหรือไม่ดี แต่มีประโยคหนึ่งที่คุณครูตู่พูดแล้วหนูชอบมากๆ คือ “หนึ่งในคุณสมบัติของการเป็นผู้นำ คือ ต้องมีความรับผิดชอบ ที่ต้องรับทั้ง ”ผิด” และ ”ชอบ”“ หนึ่งในสาเหตุที่หนูไม่กล้าตัดสินใจ คิดว่าเป็นของการไม่กล้ารับผิด กลัวต้องรับผิด จึงไม่กล้าก้าวออกมาเป็นผู้นำ ซึ่งการที่มาสมัครเป็นพรีเฟคก็ถือเป็นโอกาสหนึ่งที่หนูมอบให้กับตนเองเพื่อที่จะฝึกความเป็นผู้นำให้ดียิ่งขึ้น 



หลังจากนั้นพวกเราก็แชร์ข้อมูลจากโจทย์ที่ได้รับมอบหมายก่อนมา Outing ครั้งนี้ ด้วยการไปสัมภาษณ์คณะผู้บริหารของโรงเรียนปัญญาประทีป เกี่ยวกับ “ความเป็นผู้นำ” ผู้บริหารแต่ละคนมีความคิดและมุมมองที่แตกต่างออกไปตามความรู้และประสบการณ์ของตนเอง หนึ่งอย่างที่หนูจำได้และชอบมากๆ ก็คือ 
“การเป็นผู้นำที่ทำงานเป็นทีมเราต้องเห็นเป้าหมายที่ชัดเจนอันเดียวกัน เพื่อที่สามารถพาคนที่เหลือไปสู่เป้าหมายของเราได้ และการสื่อสารภายในทีม ผู้นำต้องรู้จักรับฟังและฟีดแบคเป็น รวมถึงผู้นำก็ยังต้องเป็นผู้ตามที่ดีด้วย และที่สำคัญคือการเป็นผู้นำไม่จำเป็นต้องเก่งทุกอย่าง เราทำงานกันเป็นทีมที่เป็นเหมือนจิ๊กซอว์ที่คอยต่อเติมให้กัน แต่ต้องอย่าลืมว่าพวกเราเป็นภาพเดียวกัน หากที่ใครที่บิดเบี้ยวไปจากภาพก็จะส่งผลให้กับภาพรวมของทีมเราทั้งหมด ดังนั้น การเป็นจิ๊กซอว์ที่ดีให้กันก็เป็นหนึ่งในหน้าที่การทำงานเป็นทีม ไม่ว่าจะเป็นการทำงานไหนก็ตาม” 

หลังจากนั้น พวกเราได้เรียนรู้การวางแผนการแก้ปัญหา เพื่อให้สามารถวัดผลและแก้ปัญหาได้จริงๆ เมื่อจบกิจกรรมการเรียนรู้ทั้งหมดก็ถึงเวลาของการพักผ่อน โดยช่วงเย็นก็มีกิจกรรมสานสัมพันธ์ ทุกกิจกรรมสนุกสุดๆ ต้องมีการวางแผนเพื่อให้ไปถึงชัยชนะ หลังจากใช้พลังงานกันไปอย่างล้นหลามก็ถึงเวลาเติมพลังโดยการไปรับประทานอาหารเย็นที่ไนท์มาร์เก็ต และกลับมาทำกิจกรรมสุดท้ายเหมือนกับเมื่อวาน คือ การเดินคุยกันที่ริมทะเลช่วงกลางคืน ก็จะมีการเปลี่ยนคู่ที่ยังไม่ได้คุยกันเมื่อวาน รวมถึงก็ยังได้คุยแลกเปลี่ยนกับคุณครู รู้สึกผ่อนคลายและเป็นกิจกรรมที่ดีที่ได้รู้จักกับคนที่เราอาจจะรู้จักอยู่แล้วแต่ได้รู้จักในมุมใหม่ๆ มากขึ้น

เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก และแล้ววันสุดท้ายก็เดินทางมาถึง ในวันนี้พวกเราก็เก็บของเตรียมตัวกลับโรงเรียน พร้อมกิจกรรมสุดท้ายที่สำคัญที่สุดในการมา Outing ครั้งนี้ คือ การหาปัญหา แก้ไข และวางแผนการทำงานตลอดปีการศึกษา พวกเราแบ่งฝ่ายการทำงานออกไปเพื่อวางแผนแก้ปัญหาของฝ่ายตนเอง ก่อนรวมตัวกันในตอนสุดท้ายเพื่อมาเเชร์ปัญหาที่พบและวิธีการแก้ปัญหาร่วมกัน เพื่อให้ทุกคนได้ช่วยกับออกความคิดเห็นและอุดช่องโหว่ เพื่อพัฒนาวิธีการแก้ปัญหาให้ดีและมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

เมื่อได้ลองมาย้อนมองปัญหาก็แอบทำให้นึกย้อนไปตอนที่เราเป็นแค่เด็ก ม.ต้น คนหนึ่งที่ก็ยังไม่ได้สนใจหรือเห็นปัญหาอะไรในโรงเรียน ก็แค่ใช้ชีวิตไปวันๆ ก็เคยเห็นพี่ๆ ม.ปลาย หลายคนที่เหมือนออกมาช่วยนำในการดูแลโรงเรียนในส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของโรงเรียนหรือหอพัก จนในที่สุดหนูตัดสินใจที่จะลงสมัคร Prefect ตั้งแต่ปีที่แล้ว ในครั้งนั้นก็ยังเป็นแค่ Prefect น้องใหม่ เรียนรู้งานจากพี่ๆ และหลายอย่างเราก็รู้ว่าต้องทำอะไร แต่หลายๆครั้งก็ยังไม่ได้มีความกล้ามากพอที่จะยื่นมือเข้าไปทำสิ่งเหล่านั้น ทำให้รู้สึกว่า เรายังไม่ได้ทำตามหน้าที่อย่างเต็มความสามารถอย่างที่อยากตั้งใจไว้เลย มัวแต่กลัว กังวล จนกลายมาเป็นความเสียดายทีหลัง 
ดังนั้น ในครั้งนี้ที่หนูกลับมาพร้อมกับหน้าที่ Prefect ที่เป็นพี่ใหญ่ ก็อยากจะใช้ความสามารถให้เต็มที่ กล้าที่ตักเตือนและทำสิ่งที่ถูกต้อง รวมทั้งยังเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้เรียนรู้งานในส่วนอื่นๆ บ้างเช่นกัน จากที่เคยคิดว่าเราเป็นบุคลิกแบบผู้ตาม คงจะนำไม่ได้หรอก แต่การทำงานในปีที่แล้วในการเป็น Prefect และการได้มาทำกิจกรรม Outing ร่วมกันกับทุกคน ก็ทำให้หนูได้คำตอบแล้วว่า “ทุกคนไม่ว่าใครก็ทำได้ อยู่ที่ว่าอยากที่จะพัฒนาตนเองหรือไม่” ดังนั้น การทำงานของหนูอีกครั้งในหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบต่างออกไป นับเป็นการชาเลนจ์ตัวเองมากขึ้น และเป็นประสบการณ์ที่ดีที่ครั้งหนึ่งเราเคยได้ตัดสินใจที่อยากจะทั้งพัฒนาตนเอง และยังสามารถช่วยพัฒนาชุมชนปัญญาประทีปที่เราอยู่ให้ดียิ่งขึ้นด้วย


เล่าเรื่องโดย 
ปันอิม ม.5 (House Prefect และสมาชิกชมรมสื่อสารองค์กร junior)