“ซับเหงื่อโลก” ...Focus on progress, not perfection

Share

“เมื่อโลกไม่ใช่แค่ร้อน…แต่กำลังเดือด”


เด็ก ๆ ม.2 กำลังเรียนรู้อะไรเพื่อการรับมือกับปัญหานี้ ? ”
วิชาบูรณาการ "ซับเหงื่อโลก" ไม่ได้สอนแค่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่ชวนเด็ก ๆ ให้เข้าใจว่า มนุษย์ คือ “ส่วนหนึ่งของธรรมชาติ” และทุกการกระทำของเรามีผลต่อโลกเสมอ
ตลอด 1 เทอม เด็ก ๆ ได้เรียนรู้เพื่อฝึกวิธีคิด ฝึกสังเกต ฝึกตั้งคำถามผ่านกระบวนการ Design Thinking เชื่อมโยงปัญหาจากเรื่องเล็กในโรงเรียนสู่ภาพใหญ่ระดับโลก
บางทีมไปได้เร็ว บางทีมเริ่มช้า บางทีมยังไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่ทุกก้าวที่เกิดขึ้น คือ ประสบการณ์ใหม่ที่เด็ก ๆ ได้เรียนรู้และเติบโตไปด้วยกัน
 

โปรเจกต์ “ซับเหงื่อโลก”

:: กลุ่ม MIB (Make It Better) ::
เริ่มจากปัญหากล่องนมบางส่วนที่ล้างไม่สะอาด ส่งกลิ่น และเป็นภาระของแม่บ้าน ทีมนี้ไม่ได้หยุดที่การ “บอกให้ล้าง” แต่ลงมือออกแบบจุดล้างให้สะดวกขึ้น ทำสื่อรณรงค์ เก็บความคิดเห็น และสื่อสารทั้งในหอพัก และพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมให้เกิดขึ้นจริง

  
:: กลุ่ม Love Gun ::
เป็นอีกทีมที่ต่อยอดจากปัญหากล่องนมที่ล้างไม่สะอาด โดยเก็บข้อมูลจริงตลอด 3 สัปดาห์ และทดลองนำกล่องนมมาใช้เป็นวัสดุปลูกต้นไม้ เพื่อลดภาระงาน และสร้างประโยชน์ใหม่จากของเหลือทิ้ง


  
:: กลุ่ม Amira ::
ขยายโจทย์ไปสู่การแยกขยะที่จริงจังมากขึ้นในโรงเรียน เริ่มจากการสำรวจความเข้าใจของผู้ใช้งาน สัมภาษณ์ฝ่ายปัจจัยสี่ (ส่วนงานดูแลอาคาร สถานที่ในโรงเรียน) ก่อนออกแบบจุดแยกขยะใหม่ พร้อมป้ายที่อ่านง่าย เห็นแล้วเข้าใจทันที และทดลองใช้จริงเพื่อพัฒนาต่อ


  
:: กลุ่มพระอาทิตย์ยิ้มแฉ่ง ::
ทีมนี้ได้มองเห็นคุณค่าของเศษอาหารที่ถูกทิ้งทุกวัน จึงทดลองทำปุ๋ยหมักขึ้นมา 3 สูตร พร้อมออกแบบพื้นที่หมักที่เป็นระบบ ให้สามารถลดกลิ่น ลดสัตว์รบกวน เพื่อนำไปต่อยอดให้ใช้ได้จริงในโรงเรียน


  
:: กลุ่ม Back on Track ::
ตั้งคำถามกับ “อาหารที่เหลือในแต่ละมื้อ” พบว่าสาเหตุไม่ได้มีแค่ปริมาณ แต่เกี่ยวกับความรู้สึกของผู้กิน จึงเก็บข้อมูล ทำป้ายให้ความรู้เรื่องคุณค่าของอาหาร และผลิตคลิปวิดีโอเพื่อเปลี่ยนมุมมองของนักเรียน


  

บางส่วนจากการสะท้อนการเรียนรู้ของนักเรียน ม.2 “ซับเหงื่อโลก“

 
  • การทำงานเป็นทีม

“ผมเพิ่งรู้ว่าการเป็นทีมเราต้องช่วยกันจนเสร็จ ไม่ใช่ทิ้งหน้าที่ไว้กับใคร… แม้จะท้อ แต่เพื่อนยังทำต่อ ก็ทำให้ผมรู้ว่าตัวเองต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ได้”
“เมื่อก่อนหนูคิดว่าทำงานคนเดียวง่ายกว่า แต่พอทำงานนี้หนูเข้าใจว่า ทีมช่วยให้เราทำงานได้ดีขึ้น เพราะแต่ละคนมีทักษะต่างกันและมาส่งเสริมกัน”
“แต่ละคนมีความสามารถต่างกัน ถ้าเราให้โอกาสกัน งานจะออกมาดี และถึงจะเรียกว่า Teamwork จริง ๆ”
 

  • การสื่อสาร

“ถ้ามีปัญหาหรือความคิดเห็นไม่ตรงกัน การสะท้อนกันอย่างกัลยาณมิตร ไม่เก็บไว้คนเดียว จะช่วยให้เข้าใจกัน”
“การทำงานร่วมกันต้องมีการสื่อสารที่ดี ใจเย็น รับฟังกัน และคุยกันด้วยเหตุผล เพื่อช่วยกันแก้ปัญหา”
  

  • การวางแผน และการจัดการต่าง ๆ

“ผมได้เรียนรู้ความรับผิดชอบ การวางแผน และการจัดการเวลา เพื่อให้งานเสร็จตามที่ตั้งไว้”
“ผมได้เรียนรู้ว่า งานที่ดีไม่ได้สำเร็จในครั้งเดียว ต้องลองผิดลองถูก และค่อย ๆ ปรับแก้”
  

  • มุมมองต่อปัญหา

“ปัญหาไม่ใช่สิ่งที่ต้องหนี แต่มันคือประสบการณ์ที่ทำให้เราเก่งขึ้น และรอบคอบมากขึ้น”
“ผมรู้สึกมีความสุขที่ได้ก้าวออกจาก Comfort Zone ได้ทดลองแก้ปัญหา และลองทำสิ่งใหม่ ๆ ที่ช่วยพัฒนาตัวเอง”
“ปัญหาที่ผมทำอยู่ไม่ได้เป็นแค่ปัญหาในโรงเรียน แต่เป็นปัญหาระดับโลก ถ้าเราเริ่มจากการแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง โลกก็จะน่าอยู่ขึ้น”

ครูเก๋ และ ครูแอน - คุณครูผู้ดูแลวิชาซับเหงื่อโลกย้ำว่า
"Focus on progress, not perfection.
สิ่งสำคัญไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบของผลลัพธ์ที่ได้ แต่สิ่งสำคัญมากกว่า คือ "การได้ลงมือทำ สังเกต และเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตนเอง" เมื่อทำซ้ำๆ ผ่านการเรียนรู้ไปด้วย เด็ก ๆ จะเห็นการเติบโต และพัฒนาการของตนเอง เช่น สิ่งที่เด็กๆ ได้สะท้อนผ่าน Learing ที่ส่งให้ครูอ่าน - ครูรู้สึกภูมิใจในเด็ก ๆ ทุกคนมากค่ะ"

ในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่เด็ก ๆ ต้องมี ไม่ใช่แค่ความรู้
แต่คือ ความเข้าใจและความรับผิดชอบต่อโลก
และบางทีการเปลี่ยนโลกอาจเริ่มจาก
“กล่องนม 1 กล่อง” หรือ “อาหาร 1 จาน”
ที่เราเลือกจะไม่มองข้าม


ชมภาพเพิ่มเติมได้ ที่นี่

 

บทความที่เกี่ยวข้อง